
หลายคนคงสงสัยในความแตกต่างของกีตาร์แต่ละระดับ ตั้งแต่ ไม้อัด , Top Solid , All Solid และ Hi-End ว่านอกจากเรื่องราคาแล้ว มีอะไรที่มันไม่เหมือนกัน
คุณภาพของรายละเอียด ยิ่งมีรายละเอียดมากก็ยิ่งราคาสูง เจาะจงเรื่องวัสดุ งานประกอบที่ประณีต การออกแบบที่ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ท่วน เพื่อให้มีศักยภาพที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งทำให้คุณภาพเสียงแตกต่างกันตามไปด้วย
Detail ของเสียง สิ่งที่ทำให้กีตาร์ Hi-End นั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากกีตาร์ ทั่วไป ไม่ใช่แค่เสียงที่ดัง หรือ เสียงอ้วนหนา ลึกไปมากกว่านั้น มันคือ การแจกแจงคลื่นความถี่ของเสียงโน้ตที่ผู้เล่นได้เล่นออกไปได้อย่างถูกต้องชัดเจน
Character ของเสียง หรือ บุคลิกลักษณะนิสัยของเสียงและการตอบสนองของกีตาร์ตัวนั้นๆ ที่ผู้สร้างอยากสื่อไปให้ถึงผู้เล่น และผู้เล่นก็สามารถถ่ายทอดไปสู่ผู้ฟังได้อย่างสะดวกสบายที่สุด
ขีดจำกัดคุณภาพของเสียงและเครื่อง เสียงแตกหรือเสียงบาดหู ไม่ได้เกิดจาก Action ที่สูงต่ำ หรือสายตีเฟรต ซึ่งเกิดจากขีดจำกัดของกีตาร์ ส่งผลโดยตรงต่อ Dynamic Range ของกีตาร์ ซึ่งยิ่งกีตาร์ดี ยิ่งให้โทนที่ "สมบูรณ์" ไม่ว่าผู้เล่นจะใช้ Touch แบบไหนในการดีด ก็จะให้โทนเสียงที่ไม่เพี้ยน ไม่ Crack
เรื่องที่ควรทำคือการเข้าร้านที่มีกีตาร์หลากหลายให้ฟัง ให้เปรียบเทียบ จนได้ข้อสรุปของเสียงที่ชอบ
กีตาร์ราคาสูงไม่ใช่ตัวบ่งบอกถึงความเป็น Hi-End แต่เป็นรายละเอียดของเสียง ที่ต้องใช้ความประณีต,ความชำนาญ,ความรู้และประสบการณ์ในการปรับจูนไม้ เพื่อให้ได้กีตาร์ที่สามารถจับความรู้สึกของผู้เล่นได้ทุกรายละเอียดและความละเมียดละไมของผู้เล่นได้มากที่สุด
และแน่นอนว่าซึ่งมักจะตามมาด้วยราคาที่สูง