
สำหรับคนรักกีตาร์คลาสสิก คำถามที่พบบ่อยคือ "เราควรติดตัวกันรอย (Protection Film/Plate) หรือเปล่า?" เพราะในขณะที่กีตาร์สายเหล็กมักจะมี Pickguard มาให้จากโรงงาน แต่กีตาร์คลาสสิกส่วนใหญ่มักจะโชว์ลายไม้เปล่า ๆ เพื่อความงามและเอกลักษณ์ของเนื้อไม้
วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับว่า "ตัวกันรอย" จำเป็นแค่ไหน และเหมาะกับใคร
ทำไมต้องมีตัวกันรอย?
1. ถนอมผิวสัมผัสที่บอบบาง
กีตาร์คลาสสิกคุณภาพสูงจำนวนมากมักเคลือบด้วย
French Polish (เชลแล็ก) หรือแล็กเกอร์บาง ๆ
ซึ่งเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายมาก แม้แต่ปลายนิ้วหรือเล็บที่พลาดไปโดนเพียงเล็กน้อย
2. รักษาความสวยงามและมูลค่า
กีตาร์ที่ไม่มีรอยขีดข่วน (Scratches) ย่อมดูน่ามอง และรักษา "ราคา" ได้ดีกว่า
หากวันหนึ่งคุณต้องการส่งต่อ หรืออัปเกรดเครื่องใหม่
3. เล่นได้อย่างมั่นใจ
โดยเฉพาะสไตล์การเล่นที่มีการใช้เทคนิคเคาะไม้หน้า
หรือการวางนิ้วพักที่ไม้หน้า การมีแผ่นกันรอยคุณภาพดีช่วยให้เราโฟกัสกับการเล่นได้เต็มที่
โดยไม่ต้องพะวงเรื่องรอยขีดข่วน
แต่ก็มีหลายคนกังวลกับบางประเด็น เช่น...
- ความสวยงาม: บางคนอาจมองว่าการติดแผ่นใส ทำให้เสน่ห์ของลายไม้ดรอปลงไปเล็กน้อย
- ผลต่อเสียง: หากใช้แผ่นที่หนาเกินไป อาจลดทอนการสั่นสะเทือนของไม้หน้าได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมี "ฟิล์มกันรอยแบบสุญญากาศ" ที่บางเฉียบจนแทบไม่มีผลต่อ Acoustic Physics ของเครื่องเลยครับ
แต่ก่อนจะป้องกันรอย สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือก "เนื้อใน" ของกีตาร์ให้ดีเสียก่อน ยิ่งเป็นกีตาร์ระดับ Hi-End หรืองาน Masterpiece เชื่อว่า การมองหาสิ่งที่ช่วยปกป้องไม้หน้า คงไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้
ดังนั้น หากคุณครอบครองกีตาร์คู่ใจอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้รอยขีดข่วนเล็ก ๆ มาทำลายความสุขในการเล่น การลงทุนกับ "ตัวกันรอยเกรดพรีเมียม" เพียงหลักร้อยหรือหลักพันต้น ๆ คือสิ่งที่ช่วยถนอมเครื่องดนตรีหลักหมื่นหลักแสนของคุณ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดไปอีกนาน
มองหาอุปกรณ์เสริมคุณภาพดี หรือกำลังมองหากีตาร์คลาสสิกที่ตอบโจทย์การเล่นของคุณ?
แวะมาพูดคุยและสัมผัสของจริงได้ที่โชว์รูมของเรา
เราพร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่วิธีการเลือกไม้ ไปจนถึงการดูแลรักษาอย่างมืออาชีพครับ