
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมนักกีตาร์คลาสสิกระดับโปรถึงมักจะมีกีตาร์วางเรียงรายอยู่เต็มห้อง? ไม่ใช่เพราะพวกเขาแค่ชอบสะสมเท่านั้น แต่เพราะพวกเขากำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Sound Palette” หรือคลังแสงแห่งโทนเสียง เพื่อใช้ถ่ายทอดดนตรีในแต่ละบทเพลง
หากคุณกำลังมองหาเหตุผลดี ๆ (ไว้บอกตัวเอง หรือบอกคนที่บ้าน) ว่าทำไมกีตาร์ตัวเดียวถึงไม่เคยพอ… นี่คือคำตอบครับ
1. เปลี่ยนทัศนคติ: จาก “ซื้อเพื่อแทน” เป็น “ซื้อเพื่อเติม”
ลืมความคิดที่ว่าต้องขายตัวเก่าเพื่อซื้อตัวใหม่ไปได้เลยครับ
เพราะกีตาร์แต่ละตัวมี DNA ของเสียงที่ไม่เหมือนกัน
การมีกีตาร์หลายตัวคือการขยายขอบเขตของจินตนาการทางดนตรี
Spruce / Traditional Bracing
ให้เสียงที่คมชัด โปร่ง และมีการแยกแยะโน้ตที่ยอดเยี่ยม
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบทเพลงยุค Baroque หรือ Classical
ที่ต้องการความละเอียดของเสียง Counterpoint
Cedar / Lattice หรือ Double Top
ให้เสียงที่อุ่น หนา มีพลัง (Volume) และ Sustain ที่ยาวนาน
ตอบโจทย์เพลงยุค Romantic หรือบทเพลงร่วมสมัย
ที่ต้องการความกังวานและอารมณ์ที่พุ่งชัด
2. กีตาร์คือ “พู่กัน” ที่ใช้ระบายสีเพลงต่างกัน
ลองนึกภาพจิตรกรที่มีเพียงสีน้ำเงินสีเดียวดูครับ
แม้จะวาดภาพได้สวยแค่ไหน แต่มันก็ขาดมิติ
ดนตรีก็เช่นเดียวกัน
บางวันคุณอาจต้องการความหวานนุ่มแบบกีตาร์สเปนดั้งเดิม อีกวันหนึ่งคุณอาจต้องการพลังเสียงที่ทะลุทะลวง สำหรับการแสดงใน Hall ขนาดใหญ่ การมีกีตาร์หลายคาแรคเตอร์ช่วยให้คุณ “ตีความ” บทเพลงได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และทำให้การซ้อมในแต่ละวันไม่จำเจ
ค้นหา “จิ๊กซอว์” ชิ้นที่ขาดหายไปที่ Ayadaguitars
ที่ Ayadaguitars เราเข้าใจดีว่านักกีตาร์แต่ละคนมีรสนิยมและแนวเสียงที่แตกต่างกัน
เราจึงคัดสรรกีตาร์คุณภาพเยี่ยม
ตั้งแต่โครงสร้างแบบดั้งเดิมไปจนถึงนวัตกรรมสมัยใหม่
เพื่อให้คุณได้ค้นพบเสียงที่ใช่สำหรับตัวเอง
อยากลองความใสของ Spruce? เรามีตัวเลือกจากช่างทำกีตาร์ชั้นนำ
อยากสัมผัสพลังของ Lattice หรือ Double Top? มาทดสอบพลังเสียงได้ที่ร้าน
ไม่ต้องรีบตัดสินใจครับ… แวะมานั่งพูดคุย ลองไล่นิ้วบนเฟรต สัมผัสเนื้อไม้ และฟังความแตกต่างด้วยหูของคุณเอง แล้วคุณจะพบว่า “สีสัน” ชิ้นต่อไปใน Sound Palette ของคุณคืออะไร
“เพราะดนตรีมีหลายเฉดสี กีตาร์ตัวเดียวจึงไม่เคยพอ”