
เวลาเราไปเลือกซื้อกีตาร์ สัญชาตญาณแรกของเราคือการ "คว้ามาลองดีดเอง" ซึ่งนั่นถูกต้องแล้วครับ เพราะเราต้องเช็คความถนัดมือ (Playability) และการตอบสนองต่อปลายนิ้ว
แต่ความลับที่นักสะสมกีตาร์และมืออาชีพตัวจริงทำกันเสมอคือ "การวางกีตาร์ลง แล้วถอยออกมาฟังคนอื่นเล่นให้ฟัง" และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเทคนิคนี้ถึงเปลี่ยนการตัดสินใจของคุณได้จาก "เกือบดี" เป็น "สมบูรณ์แบบ"
1. เสียง "ข้างหู" vs เสียง "หน้าตู้"
เมื่อคุณกอดกีตาร์และเริ่มดีด เสียงที่คุณได้ยินคือเสียงที่พุ่งขึ้นมาจาก Soundhole เข้าหาหูโดยตรง ผสมกับแรงสั่นสะเทือนที่ผ่านหน้าอกและกระดูกของคุณ
สิ่งที่คุณได้ยิน: ความหนาของย่านเบสและความอุ่นที่อยู่ใกล้ตัว
สิ่งที่คุณพลาดไป: ความคมชัดของหัวโน้ต (Attack) และการจำแนกเสียงประสาน (Separation) ที่พุ่งออกไปด้านหน้า
การถอยออกมาฟังในระยะ 2-3 เมตร จะทำให้คุณได้ยิน Character ที่แท้จริงของกีตาร์ตัวนั้น เหมือนกับที่ผู้ฟังในคอนเสิร์ตฮอลล์จะได้ยิน
2. จับผิด Projection และ Sustain ได้แม่นยำกว่า
กีตาร์บางตัวเสียงดังมากเมื่ออยู่ใกล้ แต่เสียงกลับ "จม" หรือ "หาย" เมื่อเดินถอยห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
การฟังคนอื่นเล่นช่วยให้คุณเช็คได้ว่า Note แต่ละตัวเดินทางไปได้ไกลแค่ไหน (Projection) และเมื่อคุณไม่ต้องกังวลกับเทคนิคการเล่น หูของคุณจะทำงานได้เต็มที่เพื่อฟังว่าเสียงนั้น "เบ่งบาน" หรือเหี่ยวเฉาเร็วแค่ไหน (Sustain)
3. ตัดความลำเอียงของฝีมือการเล่นออกไป
บ่อยครั้งที่เราเผลอตัดสินกีตาร์จากฟอร์มการเล่นของเราในวันนั้น ถ้าวันไหนนิ้วลื่นไหล เราจะรู้สึกว่ากีตาร์ตัวนี้ดีเป็นพิเศษ แต่ถ้าวันไหนนิ้วแข็ง เราอาจโทษว่าเครื่องดนตรีเสียงไม่ดี
การให้ผู้เชี่ยวชาญหรือพนักงานที่ร้านเล่นให้ฟังด้วยเทคนิคที่หลากหลาย จะช่วยให้คุณเห็น "ศักยภาพสูงสุด" (Potential) ของเครื่องดนตรีชิ้นนั้น โดยไม่มีทักษะส่วนตัวของคุณมาเป็นตัวแปร
4. สำรวจสีสันของเสียง (Tone Color)
กีตาร์ระดับ High-end โดยเฉพาะโครงสร้าง Lattice หรือ Double Top มักจะมี Overtones ที่ซับซ้อน
การฟังจากด้านหน้าจะทำให้คุณแยกแยะได้ชัดเจนว่าเสียงแหลมนั้นใส คม หวาน หรือโปร่งแค่ไหน รวมถึง Balance ระหว่างสายต่ำและสายสูง โดยที่หูไม่ได้ถูกรบกวนจากแรงสั่นสะเทือนใกล้ตัว
คำแนะนำ: วิธีการ "ลองฟัง" ที่ดีที่สุด
เมื่อคุณมาที่โชว์รูมของเรา นอกจากเราจะสนับสนุนให้คุณลองเล่นจนพอใจแล้ว เรายังมีบริการ:
• Demo บทเพลงสั้น ๆ ที่มีทั้งการตีคอร์ดและการเกา เพื่อให้คุณเดินฟังเสียงรอบห้อง
• ทดลองฟังที่ระยะ 1 เมตร, 3 เมตร และ 5 เมตร เพื่อทดสอบการพุ่งของเสียง
• Blind Test (หากต้องการ) เพื่อให้หูของคุณเป็นผู้ตัดสิน โดยไม่มีเรื่องราคา หรือแบรนด์มาเกี่ยวข้อง
"เพราะกีตาร์คือเครื่องดนตรีที่ใช้สื่อสาร... อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ จนกว่าคุณจะได้ยินสิ่งที่มันอยากจะบอกกับคนฟังจริง ๆ"