
หลายคนชอบคิดว่า "เริ่มต้นเอาตัวถูกๆ ไปก่อน เล่นเป็นแล้วค่อยซื้อตัวแพง" ความคิดนี้ไม่ผิดครับ แต่ต้องระวัง เพราะคำว่า "ถูก" กับ "คุณภาพไม่ถึง" มีเส้นกั้นบางๆ ที่อาจทำลายความฝันในการเป็นนักดนตรีของคุณได้เลย
มาดูกันว่าการเลือกกีตาร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลเสียต่อชีวิต (นักดนตรี) ของคุณอย่างไรบ้าง:
1. ทัชชิ่ง (Touching) มหาโหด: บททดสอบนิ้วหรือบทลงโทษ?
กีตาร์คุณภาพต่ำมักมาพร้อมกับ Action (ระยะห่างระหว่างสายกับเฟรต) ที่สูงลิบลิ่ว ผลที่ตามมาคือ:
- ต้องใช้แรงกดมหาศาลกว่าเสียงจะออก
- เจ็บนิ้วมากกว่าปกติจนนิ้วระบม
บทสรุป: คุณจะรู้สึกว่า "เราไม่มีพรสวรรค์" ทั้งที่จริงๆ แล้วกีตาร์มัน "ใช้ยาก" เกินไปต่างหาก
2. Intonation เพี้ยน: ฝึกเท่าไหร่หูก็ไม่พัฒนา
กีตาร์ที่งานประกอบไม่ได้มาตรฐาน มักจะมีปัญหาเรื่องเสียงเพี้ยนตามเฟรต (Intonation) ต่อให้ตั้งสายตรงแค่ไหน แต่พอไปกดคอร์ดในตำแหน่งที่สูงขึ้น เสียงก็กลับเพี้ยนหลอกหู
- ทำให้หูของคุณจำโทนเสียงที่ผิด
- เล่นกับใครก็ไม่เข้าพวก เพราะเสียงไม่เคยตรงคีย์
บทสรุป: เสียทั้งทักษะการฟังและเสียความมั่นใจ
3. งานประกอบที่ "ลดทอน" แรงบันดาลใจ
กีตาร์คุณภาพดีไม่ได้มีดีแค่เสียง แต่รวมถึง "สัมผัส" และ "ความสวยงาม"
กีตาร์ที่งานหยาบ ขอบเฟรตคมบาดมือ หรือคอโก่งง่าย จะทำให้คุณไม่อยากหยิบมันขึ้นมาเล่น
ในขณะที่กีตาร์คุณภาพดี นอกจากจะได้ครอบครองลายไม้สวยๆแล้ว จะมีความ "สมูท" ที่ทำให้คุณอยากฝึกซ้อมนานขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"การลงทุนกับกีตาร์คุณภาพดี ไม่ใช่การจ่ายแพงเพื่ออวดใคร แต่เป็นการซื้อ 'ทางลัด' และ 'กำลังใจ' ให้ตัวคุณเอง"
อย่าปล่อยให้กีตาร์ที่ไม่ได้คุณภาพมาหยุดความฝันของคุณ
หากคุณกำลังมองหากีตาร์ตัวแรก (หรือตัวถัดไป) ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเล่นดนตรีของคุณให้สนุกกว่าที่เคย... แวะมาพูดคุยปรึกษาเราได้เลยครับ